คู่มือปฏิบัติงานของทนายความ, บทความกฎหมายแพ่งและวิธีพิจารณาความแพ่ง

หลักฐานการฟ้องชู้ มีอะไรบ้าง ? ต้องชัดเจนแค่ไหนถึงจะฟ้องได้ ? คำอธิบายข้อกฎหมาย เรื่อง ” พยานหลักฐานในการฟ้องชู้ ” ฉบับสมบูรณ์

หลักฐานการฟ้องชู้ มีอะไรบ้าง  หลักฐานจะต้องชัดแค่ไหนจึงจะเพียงพอกับการฟ้องคดีชู้ ? จะหาพยานหลักฐานเรื่องชู้ได้จากไหน ? สืบชู้ต้องทำอย่างไร จ้างนักสืบจะคุ้มไหม ?

คำถามเหล่านี้ เป็นถามที่คนที่ต้องการฟ้องชู้ทุกคนอยากรู้ และทนายความก็ต้องเข้าใจข้อกฎหมายเรื่องนี้อย่างชัดแจ้ง จึงจะสามารถตั้งเรื่องฟ้องและสู้คดีได้ถูกต้อง 

วันนี้ผมจึงจะมาตอบคำถามทั้งหมด พร้อมทั้งยกข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาอธิบายและตัวอย่างจากประสบการณ์จริงครับ  

ข้อกฎหมายเรื่องการฟ้องชู้

ตัวบทกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง

    สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้

คำอธิบาย 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ตามกฎหมายของประเทศไทยนั้น หลักเกณฑ์การฟ้องชู้ในกรณีที่สามีฟ้องชายชู้ กับภรรยาฟ้องหญิงชู้นั้นมีหลักเกณฑ์ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ 


ข้อกฎหมาย กรณีภรรยาฟ้องชู้ 

กรณีภรรยาฟ้องหญิงชู้นั้น กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ว่า หญิงชู้นั้นจะต้องมีพฤติการณ์แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามี 

แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว หมายความว่าอย่างไร 

หมายถึงชู้และสามีนั้น มีพฤติการณ์เปิดตัวหรือแสดงตัวว่าตนเองเป็นคนรัก  บุคคลทั่วไป ทราบว่าหญิงชู้มีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามี

ตัวอย่างเช่น 

  • คบหากันอย่างเปิดเผยเพื่อนร่วมงานที่ทำงาน หรือเพื่อนบ้านข้างเคียงทราบดีว่าเป็นคนรักกัน  
  • แสดงความรักหรือแสดงความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวโดยเปิดเผยให้กับคนทั่วไปได้รับทราบ เช่นเดินจับมือ โอบกอดในที่สาธารณะ 
  • มีพฤติการณ์ลงรูปคู่ วีดีโอ ตามสื่อออนไลน์ต่างๆที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นคนรักกัน 
  • จัดงานพิธีสมรสกัน หรือออกงานพิธีต่างๆเช่นไปร่วมงานแต่งงาน ร่วมงานศพและแสดงตัวว่าเป็นคนรักกัน

ทั้งนี้สามีกับหญิงชู้นั้นจะมี เพศสัมพันธ์กันหรือไม่ไม่ใช่เป็นเงื่อนไขของการฟ้องคดี 

ถึงแม้สามีกับหญิงชู้จะไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน หรือไม่ได้มีหลักฐานถึงขั้นว่าทั้งสองคนมีเพศสัมพันธ์กัน  

แต่หากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีการแสดงตนโดยเปิดเผย ว่าคบหาหรือมีความสัมพันธ์กันอย่างคนรัก  เช่นมีการลงรูปคู่ด้วยกัน ถ่ายวีดีโอคู่กัน เดินกอดหรือแสดงตนว่าเป็นคนรักกันตามสถานที่ต่างๆ ก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ 

ส่วนการร่วมประเวณีกันนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะทำให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้นเท่านั้น อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ฟ้องชู้เรียกเงินได้เท่าไหร่ และมีขั้นตอนอย่างไร 

ประเด็นที่สำคัญ สำหรับการฟ้องหญิงชู้ของภริยาก็คือ หญิงชู้กับสามีนั้น จะต้องมีพฤติการณ์เปิดเผย เป็นที่รู้กันของคนในจำนวนหนึ่ง

ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการแอบคบหากันอย่างลับๆ ซื้อบริการเพศสัมพันธ์กัน หรือมีความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราว (one night stand)


ตัวอย่างคำพิพากษาที่ศาลวินิจฉัยว่า ไม่เป็นการแสดงตนโดยเปิดเผย  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2561 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง โจทก์ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นได้นั้น ต้องมีข้อเท็จจริงว่า หญิงอื่นแสดงตนว่ามีความสัมพันธ์กับสามีตนในทำนองชู้สาว “โดยเปิดเผย” หน้าที่นำสืบให้ได้ความเช่นว่านั้นจึงตกแก่โจทก์ การที่โจทก์รู้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ ช. กับจำเลยเกิดจากคำบอกเล่าของสามีของโจทก์เองหาใช่การกระทำของทั้ง ช. และจำเลยที่มีการแสดงออกโดยเปิดเผยจนเป็นที่รับรู้และเข้าใจต่อบุคคลอื่นไม่

ไม่ปรากฏพฤติกรรมว่า ช. ได้เลี้ยงดูยกย่องจำเลยเป็นภริยา หรือแยกไปอาศัยอยู่กินด้วยกัน หรือพาจำเลยไปเปิดตัวต่อผู้อื่นในที่ชุมชน หรือพาไปตามสถานที่ต่างๆ แบบเปิดเผย ไม่มีการแสดงออกทั้งภาพถ่าย และการระบุสถานะในสื่อสังคมออนไลน์ปรากฏต่อสาธารณชน ไม่มีพยานบุคคลอื่นที่รู้เห็นความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสองไม่ว่าพนักงานโรงแรม พนักงานรักษาความปลอดภัย บิดามารดา เพื่อร่วมงานของจำเลยที่ธนาคาร ก. ที่สาขาพัทยา เพื่อนร่วมงานของโจทก์ เพื่อนของ ช.

ลำพังเพียงรูปถ่ายของจำเลยกับ ช. ที่ไปมีเพศสัมพันธ์ตามสถานที่ต่างๆ และคลิปวิดีโอที่โจทก์ได้มาจากสามีตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่สื่อถึงเจตนาที่แท้จริงของบุคคลทั้งสองว่าต้องการมีความสัมพันธ์แบบเปิดเผย โจทก์ย่อมไม่สามารถเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ เพราะจำเลยไม่ได้แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาวตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 1523 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10851/2555 การที่จำเลยกับสามีโจทก์อยู่ด้วยกันตามลำพังในโรงแรมชานเมือง แม้เป็นพฤติกรรมที่ทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยอาจจะไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์ก็ตาม แต่เมื่อสิทธิที่โจทก์จะเรียกค่าทดแทนจากจำเลยนั้น จำเลยต้องแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาวเท่านั้น แต่การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการลักลอบและพยายามปกปิดการกระทำให้ทราบกันตามลำพังระหว่างจำเลยและสามีโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลย


ตัวอย่างคำพิพากษาที่ศาลวินิจฉัยว่า เป็นการแสดงตนโดยเปิดเผย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2562 การที่จำเลยเป็นหญิงที่แต่งงานมีสามีแล้ว ยินยอมให้สามีโจทก์ซึ่งเป็นชายอื่นเข้าออกบ้านจำเลยในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง รวมทั้งให้มานอนค้างคืนที่บ้านแล้วออกจากบ้านไปช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยบางครั้งมีการแต่งกายออกไปทำงานพร้อมกัน ย่อมทำให้เพื่อนบ้านหรือบุคคลอื่นที่พบเห็นถึงพฤติกรรมระหว่างจำเลยกับสามีโจทก์เข้าใจได้ว่า จำเลยกับสามีโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน พฤติการณ์เช่นนี้เป็นการที่จำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าจำเลยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10842/2559 จำเลยแสดงตนโดยเปิดเผยว่าจำเลยกับ ท. มีความสัมพันธ์กันเป็นพิเศษ หลังจากจำเลยทราบว่า ท. มีภริยาแล้ว ย่อมทำให้วิญญูชนทั่วไปมีเหตุอันควรเชื่อและเข้าใจว่าจำเลยมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับ ท. มากกว่าที่จะรู้จักกันในฐานะลูกค้าหรือบุคคลธรรมดาที่รู้จักกันทั่วไป ข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยว่าจำเลยมีความสัมพันธ์กับ ท. สามีโจทก์ในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง แล้ว พฤติการณ์แห่งคดีที่ฟังยุติมาข้างต้นมิอาจแปลความว่า การกระทำของจำเลยมีลักษณะลักลอบมีเพศสัมพันธ์กับ ท. และพยายามปกปิดการกระทำให้ทราบกันตามลำพังระหว่างจำเลยกับ ท.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6516/2552  แม้จำเลยที่ 1 จะไม่เคยพาจำเลยที่ 2 ออกงานสังคม หรือแนะนำให้บุคคลอื่นรู้จักในฐานะภริยาแต่การที่จำเลยทั้งสองไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างเปิดเผยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกสร้างในแหล่งชุมชนด้วยกันในเวลากลางคืน ขับรถรับส่งเมื่อไปทำกิจธุระหรือซื้ออาหารด้วยกัน ย่อมบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและเอื้ออาทรดูแลเอาใจใส่ต่อกัน แสดงว่าจำเลยที่ 1 ยกย่องจำเลยที่ 2 ฉันภริยาอันเป็นเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1) แล้ว และโจทก์ยังมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง ได้อีกด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4818/2551 จำเลยไปรับประทานอาหารกับ พ. ร่วมกับเพื่อนของจำเลยและเพื่อนของ พ. โดยมีการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ในลักษณะใกล้ชิดเป็นพิเศษเกินกว่าความสัมพันธ์ในระดับคนที่รู้จักในการทำงานทั่วไปและการที่จำเลยไปพักที่โรงแรมทั้งสองแห่งกับ พ. โดยพักอยู่ห้องเดียวกันและมีเพศสัมพันธ์กัน แม้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์จะเป็นเพื่อนของ พ. เพื่อนของจำเลยและพนักงานงานโรงแรมก็เป็นการแสดงตัวอย่างเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6558/2542 การที่จำเลยกับป. สามีโจทก์ พักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันในท้องที่ย่านชุมนุมชน โดยเปิดเผย และมีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยาจนมีบุตรด้วยกัน โดยบุตรก็ใช้นามสกุล ของ ป. ด้วยนั้น เป็นพฤติการณ์ที่แสดงโดยเปิดเผยว่าจำเลยมีความสัมพันธ์กับ ป.ในทำนองชู้สาวแล้วโดยไม่จำเป็นต้องออกงานสังคมร่วมกับ ป. แต่อย่างใด 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2535 พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 1 อยู่ร่วมเรือนเดียวกันและมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 อย่างเปิดเผย โดยเป็นที่ประจักษ์ทั่วไปว่าบุคคลทั้งสองมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวต่อกันจำเลยที่ 2 ก็ยอมรับว่าโจทก์เคยไปพบบิดาของจำเลยที่ 2 ขอให้ห้ามจำเลยที่ 1 ไปบ้านจำเลยที่ 2 ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้แสดงโดยเปิดเผยว่าตนมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 กับโจทก์เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อจำเลยที่ 2 แสดงตนแก่บุคคลทั่วไปว่ามีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1ในทำนองชู้สาวจึงเป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรมอยู่ในตัวและเกิดความเสียหายแก่โจทก์ผู้ซึ่งเป็นภรรยาโดยตรง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4014/2530 การที่จำเลยมีความสัมพันธ์ทางชู้สาว กับสามีโจทก์จนถึงขั้นสามีโจทก์ให้โจทก์ยอมรับจำเลยเป็นภรรยาน้อย มิฉะนั้นจะทิ้งโจทก์และจำเลยตบ หน้าสามีโจทก์ในร้านอาหารเพราะความหึงหวงต่อหน้าโจทก์ ทั้งสามีโจทก์และจำเลยยังได้ร่วมกันกู้เงินจากธนาคารมาสร้างหอพักในที่ดินของจำเลย และมีผู้รู้เห็นว่าสามีโจทก์ได้มาหาและพักนอนอยู่ที่บ้านจำเลยหลายครั้ง เช่นนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยได้แสดงตน โดย เปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว กับสามีโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ตามมาตรา1523 วรรคสอง 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2535 การที่จำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์อยู่ร่วมเรือนเดียวกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน บุตรของโจทก์และจำเลยที่ 1เคยเห็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 นอนร่วมเตียงเดียวกัน จำเลยที่ 2เคยไปบ้านของมารดาจำเลยที่ 1 พร้อมกับจำเลยที่ 1 ในวันเทศกาล สำคัญเช่น วันปีใหม่ และวันสงกรานต์ มีพฤติการณ์เป็นที่ประจักษ์ทั่วไปว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวต่อกัน การกระทำของจำเลยที่ 2ดังกล่าวจึงเป็นการแสดงตนโดยเปิดเผยว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง


ข้อกฎหมาย กรณีสามีฟ้องชู้ 

กรณีสามีฟ้องชายชู้นั้น เพียงแค่มีชายอื่นซึ่งมาล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนได้แล้ว 

ล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาว หมายความว่าอย่างไร 

การล่วงเกินภรรยาไปในทำนองชู้สาวนั้นเช่น แตะเนื้อต้องตัว จูบ จับต้องในบริเวณที่ไม่ควร นอนกอดกัน ทำการหยอกล้อเกี้ยวพาราสีกันในลักษณะที่เกินกว่าวัฒนธรรมของประเทศไทยจะรับได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการร่วมประเวณี 

แต่หากมีการร่วมประเวณี ก็ย่อมถือว่าเป็นการล่วงเกินภรรยาในทำนองชู้สาวอย่างชัดเจนและร้ายแรงที่สุด

การล่วงเกินภรรยาไปในทำนองชู้สาวนั้น ไม่ว่าจะมีการร่วมประเวณีหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องทำโดยเปิดเผย ไม่ต้องประกาศให้บุคคลอื่นทั่วไปรู้ อาจจะเป็นการแอบคบหา และแอบมีความสัมพันธ์กันในที่ลับ สามีก็มีสิทธิฟ้องได้ 

ทั้งนี้รวมถึงการที่ภรรยาได้แสดงตนโดยเปิดเผย ว่าคบหาหรือเป็นคนรักกับชายชู้ มีพฤติการณ์ที่เป็นให้รู้อยู่ทั่วไปว่า ชายชู้คนดังกล่าวเป็นคนรักของตน สามีก็มีสิทธิ์ฟ้องได้เช่นเดียวกัน 

แต่การแสดงตนโดยเปิดเผยระหว่างชายชู้กับภริยา ไม่ใช่เงื่อนไขในการฟ้องชายชู้ของสามี สามีก็ฟ้องเป็นแต่เพียงสาเหตุที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้นเท่านั้น 

ดังนั้น กรณีมีชายอื่นมาล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาว แม้จะมีความสัมพันธ์กันโดยไม่เปิดเผยสามีก็มีสิทธิฟ้องได้ 

ต่างจากกรณีภรรยาฟ้องหญิงชู้ ที่กฎหมายบังคับว่าหญิงชู้กับสามีจะต้องแสดงตนโดยเปิดเผย ภริยาจึงจะฟ้องได้ ดังนั้นถ้ากลับกัน สามีไปแคบหากันแบบลับๆกับหญิงอื่น หรือไปมีความสัมพันธ์กันแบบชั่วคราว( one night stand ) หรือไปซื้อบริการทางเพศกับหญิงอื่น ภริยาก็ฟ้องไม่ได้


ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2936/2522 การนอนกอดกันกับภริยาของผู้อื่นเพราะรักใคร่กันในทางชู้สาว หรือกระทำถึงขั้นร่วมประเวณีกับภริยาของผู้อื่น ก็ล้วนแต่ต้องถือว่าได้ล่วงเกินภริยาของเขาไปในทำนองชู้สาวทั้งสิ้น โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523วรรคสอง (ที่ได้ตรวจชำระใหม่)(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1113/2514 วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6804/2558 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ทราบแล้วว่า จำเลยที่ 1 เป็นภริยาของโจทก์แต่ยังเป็นชู้และร่วมประเวณีกับจำเลยที่ 1 เป็นอาจิณ โจทก์ซึ่งเป็นสามีย่อมมีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2530 การล่วงเกินในทำนองชู้สาวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1523 วรรคสองมีความหมายรวมถึงการทำชู้ด้วย สิทธิเรียกค่าทดแทนนี้มิได้มีเงื่อนไขว่าสามีจะต้องฟ้องหย่าภริยาเสียก่อนจึงจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาวได้และค่าทดแทนในกรณีนี้เป็นค่าเสียหายอย่างหนึ่งที่ชายชู้ต้องรับผิด ศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามฐานานุรูปแห่งผู้ต้องได้รับความเสียหาย ซึ่งรวมถึงความเสเกียรติคุณของโจทก์ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3483/2528 จำเลยพา บ.ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นภริยาโจทก์ไปร่วมประเวณี แม้บ.จะยินยอมสมัครใจร่วมประเวณี กับจำเลยก็ถือว่าจำเลยกระทำล่วงเกิน ภริยาโจทก์ไปในทำนอง ชู้สาวจำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ และการที่จำเลยพาภริยาโจทก์ไปร่วมประเวณีดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ผู้เป็นสามีได้รับความเสื่อมเสียทั้งด้านจิตใจเกียรติยศและชื่อเสียง ซึ่งไม่อาจคิดเป็นราคาเงินได้การกำหนดค่าทดแทนให้เพียงใดย่อมแล้วแต่พฤติการณ์แห่งคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2525 การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาให้จำเลยที่ 2 เข้าไปหลับนอนในร้านของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์ไปพบก็มีการไปเจรจากันที่สถานีตำรวจโดยจำเลยที่ 1 ตกลงจะไปอยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยที่ 2 แต่ตกลงกันเรื่องค่าเสียหายและการเลี้ยงดูบุตรไม่ได้ดังนี้ พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในทางชู้สาว ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์อับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ศาลกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์ได้


ทำไมหลักเกณฑ์เรื่องการฟ้องชู้ของสามีและภริยาต่างกัน ?

ความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของกฎหมายนั้น เป็นเพราะกฎหมายเรื่องคดีฟ้องชู้ของเรานั้นเป็นกฎหมายโบราณที่เริ่มใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 90 ปีแล้ว โดยไม่มีการแก้ไขให้ทันกับสถานการณ์

สมัยโบราณ ถือว่าสามีเป็นใหญ่  การที่แต่เพียงมีชายอื่นมาล่วงเกินภรรยาของตนนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่แล้วย่อมสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ 

ดังนั้นแล้วเพียงแค่ชายอื่น มาล่วงเกินหรือมีความสัมพันธ์กับภริยา แม้จะทำในที่ลับ ไม่ได้เปิดเผย สามีก็สามารถฟ้องร้องเรียกค่าทดแทนจากชายชู้ได้  

แต่การที่สามีไปมีความสัมพันธ์เพียงชั่วครั้งชั่วคราว กับหญิงบริการ หรือความสัมพันธ์เพียงชั่วคราวชั่วคืนกับหญิงอื่น ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผู้ชาย ดังนั้นจึงไม่ให้ภรรยาฟ้องหญิงชู้แต่อย่างใด 

ไม่ยุติธรรมใช่ไหมครับ ? ผมก็เห็นว่าอย่างนั้น แต่มันเป็นกฎหมายที่เขียนไว้ หลาย 10 ปี มาแล้วและยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้นเราก็ยังต้องใช้บังคับตามกฎหมายนี้อยู่ครับ จนกว่าจะมีการแก้ไขในโอกาสต่อไป 


หลักฐานการฟ้องชู้ มีอะไรบ้าง 

เมื่อเข้าใจหลักกฎหมายเรื่องการฟ้องชู้แล้ว ผู้ต้องการฟ้องหรือทนายความโจทก์ ย่อมสามารถบอกได้ว่า พยานหลักฐานที่ต้องใช้ในการฟ้องชู้ หรือนำสืบประเด็นเรื่องการเป็นชู้นั้น  แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

หลักฐานเบื้องต้น

ซึ่งหมายถึงหลักฐานทั่วไป ที่จะต้องใช้ประกอบการร่างฟ้อง และกำหนดเรื่องค่าทดแทนที่จะเรียกร้อง เช่น

  1. สำเนาใบสำคัญการสมรส
  2. สำเนาบัตรประชาชน ของผู้ฟ้องคดี
  3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อของเรา หรือของคู่สมรส
  4. ทะเบียนบ้าน ของผู้ฟ้องคดี
  5. สูติบัตร (เฉพาะในกรณีมีบุตรด้วยกัน)
  6. หลักฐานเกี่ยวกับอาชีพรายได้ของเราและคู่สมรส เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน
  7. หลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของเราและคู่สมรส เช่น สำเนาใบปริญญาบัตร 
  8. หลักฐานเกี่ยวกับการมีฐานะทางสังคมของเรา และคู่สมรส เช่น การดำรงตำแหน่งนักการเมือง การประกอบอาชีพดารา หรืออาชีพที่มีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก 
  9. หลักฐานเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน

ทั้งนี้หากหลักฐานบางอย่างไม่มี ก็ยังไม่เป็นไร ยกเว้นอย่างเดียวคือต้องมีใบสำคัญการสมรส หรือหลักฐานการสมรส ถึงจะสามารถฟ้องได้

หลักฐานเกี่ยวกับการเป็นชู้

ซึ่งหมายถึงพยานหลักฐานที่จะชี้ให้เห็นว่า ชู้กับคู่สมรสมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกันจริง เช่น

  1. หลักฐานการสนทนากันระหว่างชู้กับคู่สมรส ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เฟสบุ๊ก  ( อ่านเพิ่มเติม เรื่อง การนำพยานหลักฐานอิเล็กโทรนิกส์มาใช้ในชั้นศาล  )
  2. หลักฐานรูปคู่ วีดีโอ ภาพถ่ายที่ได้จากการสืบชู้ ทีแสดงให้เห็นว่าตัวชู้กับคู่สมรส มีความสัมพันธ์กัน ( อ่านเพิ่มเติม เรื่อง การหาพยานหลักฐานประเภทกล้องจรปิดมาใช้เป็นพยานในชั้นศาล )
  3. หลักฐานการเดินทางไปสถานที่ต่างๆของคู่สมรส เช่น ใบเสร็จค่าที่พัก หลักฐานบันทึกการเดินทางจาก google map หลักฐานการเข้าพักโรงแรมต่างๆ 
  4. หลักฐานเกี่ยวกับการซื้อของให้กันระหว่างชู้กับคู่สมรส เช่นใบเสร็จรับโอน
  5. หลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินให้กันระหว่างคู่สมรส ใบเสร็จการโอนเงิน หรือสลิปการโอน
  6. หลักฐานการถ่ายรูปของชู้ ที่เป็นรูปเดี่ยว แต่อยู่ในสถานที่ของคู่สมรส หรือรูปถ่ายติดทรัพย์สินของคู่สมรส เช่นถ่ายแล้วติดรูปรถยนต์ รูปคอนโด รูปนาฬิกา รูปมือถือ ที่เป็นของคู่สมรส  
  7. พยานบุคคลที่รู้เห็นการเป็นชู้ 

หลักฐานการฟ้องชู้  กรณีสามีเป็นคนฟ้อง 

กรณีสามีเป็นคนฟ้องชู้นั้น  หลักฐานเกี่ยวกับการฟ้องชู้ ไม่จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายมีการแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ทำนองชู้สาวกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นการคบหาโดยเปิดเผยในที่สาธารณะ หรือมีบุคคลอื่นรู้

ดังนั้นเพียงมีหลักฐานการสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์หรือเฟสบุ๊ก ที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายแอบคบหาและมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว หรือรูปถ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้เผยแพร่ หลักฐานที่แสดงว่าทั้งสองฝ่ายไปอยู่ด้วยกันในโรงแรมสองคน เช่นนี้ก็สามารถฟ้องร้องได้แล้ว

หลักฐานการฟ้องชู้ กรณีภรรยาเป็นคนฟ้อง 

กรณีภริยาเป็นคนฟ้องชู้นั้น หลักฐานเกี่ยวกับการเป็นชู้ นอกจากจะแสดงให้เห็นว่า ชู้กับคู่สมรสมีความสัมพันธ์กันในทำนองชู้สาวแล้ว

ยังต้องมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีการแสดงตัวโดยเปิดเผย และมีบุคคลอื่นๆรับรู้ถึงความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวระหว่างชู้กับคู่สมรสอีกด้วย

หลักฐานเรื่องการแสดงตัวโดยเปิดเผยนั้น ไม่จำเป็นต้องชัดเจนถึงขั้นมีการควงคู่กันออกงานต่างๆ มีการลงรูปในสื่อออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ก อินสตราแกรม หรือต้องจัดงานแต่งงาน เสมอไป

แต่ถ้าหากฝ่ายภริยาสามารถนำสืบได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างชู้กับสามีนั้น มีบุคคลอื่นๆอีกหลายคนรับรู้ ไม่ใช่เป็นการคบหากันแบบลับๆ หรือชั่วครั้งชั่วคราว โดยไม่มีใครทราบ ก็เพียงพอที่จะฟ้องคดีได้แล้ว

ดังนั้นความเข้าใจที่ว่าการฟ้องชู้ของภรรยานั้นจะต้องมีหลักฐานถึงขั้น มีเพศสัมพันธ์กัน หรือต้องมีการเปิดตัวในที่สาธารณะ อย่างเดียวนั้น ยังเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกเสียทีเดียว 

เพราะถ้าฝ่ายภรรยาสามารถนำสืบได้ว่าถึงแม้จะเป็นการแอบคบหากัน แต่ก็แอบแบบไม่มิดคนอื่นทั่วไปก็ยังรู้กันอยู่ และยังคบหากันเป็นประจำ เช่นนี้ภรรยาก็ยังสามารถฟ้องได้ 


การหาพยานหลักฐานในการฟ้องชู้ 

 การหาพยานหลักฐานในการฟ้องคดีชู้นั้น มีหลายวิธี เช่น

  1. ตรวจสอบจาก google maps ว่าสามีเดินทางไปที่ไหนบ้าง สืบหาพยานหลักฐานต่อว่าสามีเดินทางไปที่ไหน 
  2. ติดตั้ง GPS ติดตามรถยนต์ของชู้หรือคู่สมรสเพื่อทราบว่าเดินทางไปสถานที่ไหนบ้าง
  3. ขอหมายเรียกกล้องวงจรปิดไปยังสถานที่ต่างๆที่ทราบข้อมูลมาว่า คู่สมรสกับชู้อยู่ด้วยกัน (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง การขอออกหมายเรียกกล้องวงจรปิดเพื่อใช้นำสืบในคดีชู้  )
  4. หาหลักฐานใบเสร็จสลิปการโอนเงิน ที่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ระหว่างชู้กับคู่สมรส 
  5. หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการไปพักยังสถานที่ต่างๆ เช่นกันจองที่พักตามแอพพลิเคชั่นเช่น travelgoda ,agoda 
  6. หลักฐานรูปถ่ายดูคลิปวีดีโอ ที่อาจจะมีการ backup ไว้application  ที่เป็นระบบ cloud เก็บรูปภาพ ต่างๆ เช่น google photo ,apple ID , dropbox 
  7. สืบตามสื่อออนไลน์ต่างๆของตัวชู้และสามี เช่น facebook instagram twitter โดยสืบหาว่ามีการลงรูปคู่กันในทำนองชู้สาวหรือไม่ และสืบหาว่าเดินทางไปสถานที่ไหนบ้างเพื่อตามสืบต่อไป 
  8. ให้ทีมงานตามสืบการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆของสามีและตัวชู้ 
  9. สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของชู้ เพื่อสืบว่าชู้กับคู่สมรส มีบุตรด้วยกันหรือไม่ 
  10. คลิปเสียงการสนทนาซึ่งมีการบันทึกไว้ในโทรศัพท์ ,ตรวจสอบหลักฐานการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์ของคู่สมรส


จ้างนักสืบจะคุ้มไหม ?  

ก่อนที่คุณจะว่าจ้างนักสืบ เพื่อทำการสืบคดีชู้ คุณควรเข้ามาพบกับทนายความ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆที่มีอยู่เบื้องต้นเสียก่อน 

เพราะบางครั้งพยานหลักฐานที่คุณอยู่มีอยู่ในมือนั้น ก็เพียงพอสำหรับการฟ้องร้องดำเนินคดีได้แล้ว 

หรือพยานหลักฐาน เท่าที่มีอยู่ในมืออาจจะยังไม่เพียงพอฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ทนายความอาจจะแนะนำวิธีการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่สามารถทำได้โดยง่าย 

ซึ่งอาจจะทำให้คุณไม่ต้องเสียเงินว่าจ้างนักสืบ หรือเสียเงินกับการตามสืบที่ไม่จำเป็น

เพราะธรรมดาแล้วในคดีฟ้องชู้ในปัจจุบันนี้ มีวิธีแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆมากมาย แตกต่างจากเดิม ที่จะต้องใช้ทีมงานหลายคนในการติดตามสืบชู้

เช่นการหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จาก google earth จากสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งหากสามารถทำได้อย่างถูกวิธีก็สามารถสืบเจอได้ง่าย ประหยัดกว่าจ้างนักสืบ 

ดังนั้นหากท่านสงสัยว่า มีความจำเป็นต้องจ้างนักสืบเพื่อทำการสืบชู้ไหม ก็คนมาปรึกษาทนายความก่อนเพื่อให้ทนายความวิเคราะห์รูปคดีและการแสวงหาพยานหลักฐาน 

โดยปัจจุบันนี้ สำนักงานทนายความหลายที่รวมทั้งสำนักงานของเราก็มีบริการเรื่องการสืบชู้ เช่นเดียวกัน 

การใช้บริการทั้งทีมงานสืบชู้และทีมงานทนายความไปพร้อมกัน ยอมเป็นประโยชน์ในการประสานงานในการดำเนินคดีได้ดีกว่าครับ 


สรุป หลักฐานการฟ้องชู้ 

พยานหลักฐานที่ใช้ในการนำสืบคดีชู้ กรณีสามีกับภรรยาฟ้องนั้น กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ไว้แตกต่างกัน 

ดังนั้นเราจึงต้อง เข้าใจข้อกฎหมายในเรื่องพยานหลักฐานในคดีชู้นี้อย่างชัดเจนจึงจะสามารถแสวงหาและนำสืบพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ผลตามคำฟ้อง หรือเพื่อให้ชนะคดีตามคำให้การ อย่างสัมฤทธิ์ผล 

ส่วนวิธีการแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อประกอบการฟ้องชู้นั้น ทนายความที่มีประสบการณ์ จะสามารถแนะนำวิธีการที่ถูกต้องในการแสวงหาพยานหลักฐานได้ โดยให้คุณเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด 

ส่วนการฟ้องชู้นั้น เมื่อมีหลักฐานพร้อมแล้ว จะมีขั้นตอนการฟ้องอย่างไร และจะเรียกเงินได้เท่าไหร่ ผมเคยเขียนอธิบายไว้อย่างละเอียดแล้ว ติดตามได้ในบทความด้านล่างนี้ครับ

ฟ้องชู้ เรียกเงินได้เท่าไหร่ มีขั้นตอนอย่างไร รวม 10 หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติ ในการฟ้องชู้ ฉบับสมบูรณ์

ตำราค้นคว้าอ้างอิงประกอบการเขียนบทความ

คำอธิบายกฎหมายครอบครัว ศาสตราจารย์พิเศษ ประสพสุขบุญเดช 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัวมรดก หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว รองศาสตราจารย์ ด.ร. สมชาย กษิติประดิษฐ์ 

คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ๕ ว่าด้วยครอบครัว ชาติชาย อัครวิบูลย์ 

แสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

comments

ทนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์

About ทนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์

ทนายความ/หัวหน้าสำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายและรับว่าความทั่วราชอาณาจักร โทรศัพท์ 098-2477807 , 087-3357764 ไลน์ id - tanaiekkasit

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น