สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 51/29-51-30 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20000 (ด้านในสำนักงานขนส่งเก่าชลบุรี)

ช่องทางติดต่อ

Tel : 098-247-7807, 087-335-7764

Line id : tanaiekkasit

Email: [email protected]

เวลาให้บริการ

วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.00 น.-19.00 น. วันเสาร์อาทิตย์ 10.00-19.00 น.

กรณีมาติดต่อปรึกษาทนายที่สำนักงาน กรุณานัดหมายเวลาล่วงหน้ากับทนายก่อนทุกครั้ง เพื่อความสะดวกของท่าน  

แผนที่สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

แสดงความเห็น

comments

การฟ้องขอให้ชายชู้หรือหญิงชู้ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับสามีหรือภริยาของตน

การฟ้องขอให้ชายชู้หรือหญิงชู้ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับสามีหรือภริยาของตน
กุมภาพันธ์ 1, 2016 ทนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์

ฟ้องชู้ คดีฟ้องชู้ ทนายฟ้องชู้ ทนาย ฟ้องชู้

คู่สมรสสามารถฟ้องขอให้ศาลสั่งชายชู้หรือหญิงชู้ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับสามีหรือภริยาของตนได้หรือไม่ ?

เมื่อคู่สมรสมีชู้ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคู่สมรสอีกฝ่ายก็คือ ต้องควรต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับคู่สมรสคนนี้เสีย เพราะอยู่กันไปก็ยากที่จะมีความสุขเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่บางครั้งคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งเองก็ยังตัดใจไม่ได้ หรือบางครั้งก็ยังเห็นแก่ครอบครัวและบุตร เห็นแก่หน้าตาทางสังคม ยังอยากให้คู่สมรสกลับมาอยู่กับครอบครัวและบุตร และเลิกยุ่งเกี่ยวกับหญิงชู้หรือชายชู้เสีย ปัญหาคือ คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งสามารถฟ้องบังคับให้ชายชู้หรือหญิงชู้เลิกมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของตนได้หรือไม่

คำตอบตามกฎหมายคือไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจให้ทำเช่นนั้นได้ โดยมีแนวคำวิจิฉัยของศาลฎีกา ในคำพิพากษาฎีกาที่ 4014/2530 วางบรรทัดฐานไว้ว่า

 “จำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามีโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ตามมาตรา 1523 วรรคสอง แต่คำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยระงับการมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามี โจทก์นั้น สภาพของคำขอดังกล่าวไม่เปิดช่องศาลไม่อาจบังคับได้ “

ด้วยความเคารพตามคำพิพากษาศาลฎีกา คำพิพากษานี้ผมเห็นพ้องด้วยผล แต่เห็นว่าเหตุที่ศาลฎีกาวินิจฉัยนั้นยังคงคลาดเคลื่อน เพราะถึงแม้สภาพคำขอของโจทก์ไม่เปิดช่องให้บังคับคดีตามวิธีตามปกติได้ ศาลก็สามารถใช้มาตรการตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 297 คือขอให้ออกหมายจับจำเลยมาทำการกักขังจนกว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งในปัจจุบันมีกฎหมายเฉพาะคือ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนฯ 2553 มาตรา มาตรา 161 ที่บัญญัติไว้เป็นกฎหมายเฉพาะคือ “ เมื่อศาลมีคำสั่งหรือคำบังคับที่ไม่เกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์ลูกหนี้ ตามคำพิพากษาหรือมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 159 หากความปรากฏต่อศาลเองหรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือผู้แทนหรือผู้มีส่วน ได้เสียร้องต่อศาลว่าคู่ความหรือผู้ที่ถูกคำสั่งบังคับฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งหรือคำบังคับ ให้ศาลออกหมายเรียกหรือหมายจับตัวมาไต่สวนและตักเตือนให้ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือคำบังคับของศาล หากยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำบังคับอีกโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมี พฤติการณ์จงใจหลบเลี่ยงไม่ปฏิบัติ ให้ศาลมีอำนาจกักขังจนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำบังคับแต่ห้ามมิให้กัก ขังแต่ละครั้งเกินกว่าสิบห้าวันนับแต่วันจับหรือกักขัง แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะได้รับการปล่อยชั่วคราว”

ดังนั้นปัญหาจึงไมได้อยู่ที่คำขอดังกล่าวไม่อาจบังคับได้ เหตุผลที่แท้จริงที่ศาลไม่อาจบังคับให้สามีเลิกความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับหญิงชู้ ย่อมเป็นเพราะไม่มีกฎหมายสารบัญญัติให้อำนาจศาลบังคับหรือพิพากษาเช่นนั้นได้ โดยเหตุผลของกฎหมายนั้น เป็นเพราะไม่ต้องการบังคับฝืนใจให้สามีภริยาต้องอยู่ร่วมกันหรือบังคับให้สามีกับหญิงชู้ต้องแยกกันอยู่โดยฝืนใจ ซึ่งเป็นเรื่องการบังคับเอาแก่จิตใจของบุคคล และการบังคับให้สามีที่ภริยาที่ไม่รักกันต้องอยู่ร่วมกันหรือบังคับให้สามีกับหญิงชู้ต้องแยกกันอยู่เช่นนั้น อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

กล่าวโดยสรุปวิธีแก้ของคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งมีชู้ ก็คือ ต้องฟ้องชู้เพื่อเรียกค่าทดแทนต่อศาล ซึ่งค่าทดแทนนี้ศาลจะกำหนดให้โดยคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ เช่น ฐานะทั้งทางการเงินและฐานะทางสังคมของภริยาและสามี พฤติการณ์การแสดงออกของหญิงชู้หรือชายชู้ว่าเป็นการออกนอกหน้าหรือไม่ พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรงหรือไม่ เช่นหลังมีการยื่นฟ้องแล้วยังไม่มีการหยุดความสัมพันธ์ ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งหากสุดท้ายคู่สมรสยังไม่อาจเลิกกับหญิงชู้หรือชายชู้ได้ คู่สมรสก็ควรตัดใจ ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนรวมถึงค่าเลี้ยงชีพและแบ่งกับสินสมรสกันเสีย เพราะการบังคับฝืนใจให้คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งมาอยู่กับท่าน คงไม่ทำให้ครอบครัวเกิดความสุขไปได้

แสดงความเห็น

comments