สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 51/29-51-30 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20000 (ด้านในสำนักงานขนส่งเก่าชลบุรี)

ช่องทางติดต่อ

Tel : 098-247-7807, 087-335-7764

Line id : tanaiekkasit

Email: [email protected]

เวลาให้บริการ

วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.00 น.-19.00 น. วันเสาร์อาทิตย์ 10.00-19.00 น.

กรณีมาติดต่อปรึกษาทนายที่สำนักงาน กรุณานัดหมายเวลาล่วงหน้ากับทนายก่อนทุกครั้ง เพื่อความสะดวกของท่าน  

แผนที่สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

Comments

comments

ฟ้องชู้ เรียกเงินได้เท่าไหร่ ? 10 หลักเกณฑ์การกำหนดเงินค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้

ฟ้องชู้ เรียกเงินได้เท่าไหร่ ? 10 หลักเกณฑ์การกำหนดเงินค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้
มีนาคม 6, 2021 ทนายเอกสิทธิ์

ฟ้องชู้ เรียกเงินได้เท่าไหร่ ? และศาลมีหลักเกณฑ์อะไรในการกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทน ?

สำหรับการเรียกค่าแทนในคดีฟ้องชู้นั้น ตามกฎหมายคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1523 ประกอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1525  กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการกำหนดค่าทดแทนในการชู้ไว้เพียงกว้างๆว่า การกำหนดค่าทดแทนในฟ้องชู้นั้น  ให้ศาลวินิจฉัย ตามควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี โดยไม่ได้วางหลักเกณฑ์ไว้อย่างตายตัว

แต่อย่างไรก็ตาม จากตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา หรือจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในหลายๆคดี  รวมทั้งประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ประกอบความเห็นทางกฎหมาย และตำรากฎหมายเกี่ยวกับครอบครัว ของปรมาจารย์ทางกฎหมายหลายท่าน เช่น ท่านอาจารย์ประสพสุข บุญเดช ท่านอาจารย์ชาติชาย อัครวิบูรย์ สามารถที่จะสรุปหลักเกณฑ์โดยสังเขป ที่ศาลนำมาใช้วินิจฉัยกำหนดค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ ได้ ดังนี้ 

10 หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้ในการกำหนดเงินค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ 

1.ฐานะทางสังคมและอาชีพการงาน การศึกษาของทุกฝ่าย ทั้งสามี ภริยา และตัวชู้

ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาเกี่ยวกับการกำหนดค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ เรื่องฐานะทางสังคมของคู่ความทุกฝ่าย จะเป็นหนึ่งเรื่องที่ศาลหยิบยกมาประกอบการกำหนดค่าทดแทนแทบทุกคดี โดยการวินิจฉัยของศาลนั้น จะวินิจฉัยถึงฐานะทางสังคมของคู่ความทุกฝ่าย ทั้งตัวสามี ภรรยา และตัวชู้ 

โดยมีประเด็นที่ศาลมักจะหยิบยกมาวินิจฉัย ในการกำหนดค่าทดแทน เช่น

การศึกษาเป็นอย่างไร ยิ่งฝ่ายที่มีชู้ หรือคู่สมรสมีการศึกษาสูงมาก หรือจบในวิชาชีพสาขากฎหมายที่จำเป็นต้องทำงานที่ต้องเป็นที่เชื่อถือของสังคมเช่นนิติศาสตร์ แพทย์ ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่จะต้องรู้จักผิดชอบชั่วดีมากกว่าบุคคลอื่นหากกระทำการนอกใจคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ศาลจะนำวิธีใช้กำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น  

ทำอาชีพอะไร ซึ่งเก็ป็นประเด็นที่สำคัญเพราะถ้าหากเป็นอาชีพที่จะต้องได้รับความเชื่อถือ หรือเป็นที่ยอมรับของสังคมเช่น เป็นครู เป็นหมอ แล้วปรากฏว่ามีพฤติการณ์นอกใจคู่สมรสย่อมถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ศาลจะวินิจฉัยกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น 

เป็นที่รู้จักทางสังคมแค่ไหน บางอาชีพนั้นเป็นที่รู้จักของสังคมอย่างกว้างขวาง เช่นนักการเมือง ดารานักแสดง นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร อาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์เป็นชู้ขึ้นแล้วย่อมเป็นที่รู้ของวงสังคมระดับกว้างขวาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมาก และศาลก็จะกำหนดค่าเสียหายให้สูงขึ้นเช่นกัน

มีรายได้เป็นอย่างไร โดยรายได้ของคู่ความที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น ยอมเป็นส่วนหนึ่งที่ศาลจะนำมาประกอบว่า ควรจะกำหนดค่าทดแทนเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ ถ้าคู่กรณีทุกฝ่ายมีรายได้ไม่เยอะมาก เช่น ทั้งชู้และคู่สมรส เป็นพนักงานบริษัท มีเงินเดือนเพียงเดือนละ 15,000 บาท ศาลก็อาจจะกำหนดค่าทดแทนเป็นจำนวนไม่สูงมาก  แต่ถ้าคู่กรณีมีรายได้สูง เช่น ทั้งตัวสามีภริยา และตัวชู้เป็นนักธุรกิจมีรายได้เดือนหนึ่งหลักล้าน  ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ศาลนำมากำหนดเป็นประเด็นให้ค่าทดแทนสูงขึ้น 

2.แต่งงานกันมานานแค่ไหน ?

กรณีที่คู่สมรสแต่งงานกันมาเป็นเวลานานเช่น แต่งงานกันมาเป็นเวลา 20 ปี มีครอบครัวมั่นคง กรณีนี้ หากมีพฤติการณ์เป็นชู้เกิดชึ้นและทำให้ครอบครัวแตกแยก ค่าทดแทนที่จะได้รับย่อมจะสูงกว่ากรณีที่คู่สมรสเพิ่งแต่งงานกันมาเป็นเวลาไม่นาน เช่น บางกรณีคู่สมรสอาจจะพึ่งจดทะเบียนสมรสกันเพียงไม่กี่เดือนแล้วอีกฝ่ายไปมีชู้

นอกจากนี้ คู่สมรสบางคู่ที่แม้เพิ่งจะจดทะเบียนสมรสไม่นาน แต่ได้อยู่กินร่วมกันมานานแล้ว ก็ควรนำสืบถึงกรณีที่เคยอยู่กินร่วมกันมาก่อนจดทะเบียนสมรสมาเป็นเวลานานด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลว่า ถึงแม้จะจดทะเบียนสมรสมาไม่นานมาก แต่ได้อยู่กินกันมาเป็นเวลาน และมีความรักความผูกพันกับคู่สมรสมาเป็นเวลานาน เพื่อขอให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น 

3.มีการจัดงานแต่งงานกันหรือไม่ ?

คู่สมรสบางคู่นั้นจัดงานสมรสใหญ่โต มีผู้หลักผู้ใหญ่ มีนักการเมืองที่มีชื่อเสียง มีข้าราชการใหญ่ๆมาร่วมเป็นประธานและสักขีพยานในงานพิธี มีแขกเหรื่อ ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จัดงานสมรสที่โรงแรมใหญ่โต เสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานสมรสเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรณีนี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ศาลจะนำมาวินิจฉัยในการกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น เพราะการเป็นชู้จนทำให้ครอบครัวแตกแยกในกรณีนี้ ย่อมทำให้คู่สมรสได้รับความเสียหายอับอายต่อบุคคลอื่นเป็นอย่างมาก เพราะมีสักขีพยาน ร่วมรู้เห็นกับการสมรสเป็นจำนวนมาก  

ในทางกลับกันคู่สมรสบางคู่ไม่ได้จัดงานสมรสกันเลย เพียงแต่อยู่กินด้วยกันเฉยๆแล้วจดทะเบียนสมรส กรณีนี้ถ้าเราเป็นฝ่ายจำเลยก็สามารถหยิบยกมาเป็นประเด็นเพื่อต่อสู้ได้ว่าค่าเสียหายในคดีควรจะไม่สูงมาก 

4. มีบุตรด้วยกันหรือไม่ ?

ในกรณีที่คู่สมรสมีบุตรด้วยกัน การเป็นชู้ย่อมทำให้ครอบครัวเกิดความแตกแยก ทำให้บุตรได้รับความเดือดร้อนเสียใจ รวมทั้งได้รับความอับอาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่บุตรยังเล็กอยู่ การที่ครอบครัวแตกแยกย่อมทำให้บุตรได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งทางจิตใจ และอาจจะทำให้ขาดการอุปการะเลี้ยงดูและเอาใจใส่จากคู่สมรสฝ่านที่มีชู้ จนอาจทำให้เป็นเด็กที่มีปมด้อย  ดังนั้นในกรณีที่คู่สมรสมีบุตรด้วยกัน และบุตรยังเล็กอยู่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ศาลจะนำมาหยิบยกกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น มากกว่ากรณีที่คู่สมรสไม่มีบุตรด้วยกัน 

5.ความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์มีชู้ เป็นอย่างไร ?

คู่สมรสบางคู่นั้น เขารักกันมากอยู่กินมาด้วยกันเป็นเวลานาน ไม่เคยมีการนอกใจกันเกิดขึ้น ครอบครัวมีความอบอุ่น และมีความสุขกันเป็นอย่างดี แต่ปรากฏว่าเมื่อมีมือที่สามเข้ามา ทำให้ครอบครัวเขาต้องแตกแยก คู่สมรสได้รับความเดือดร้อนเสียหายเสียใจเป็นอย่างมาก กรณีเช่นนี้ศาลมักจะกำหนดค่าทดแทนให้สูง และในกรณีที่เราเป็นทนายความฝ่ายโจทก์ก็ควรจะต้องนำสืบให้ศาลเห็นถึงประเด็นนี้ด้วย 

แต่คู่สมรสบางคู่นั้น ปรากฏว่าก็แยกกันอยู่มาเป็นเวลานาน เพราะทะเลาะกันหรือมีความเห็นไม่ตรงกันจนไม่สามารถอยู่กินร่วมกันได้ แล้วเพียงแต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน คู่สมรสบางคู่ ถึงไม่ได้แยกกันอยู่แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานทะเลาะกันระหองระแหงตลอดมา หรืออีกฝ่ายนึงก็มีชู้เป็นประจำ หรือมีการเลี้ยงดูหญิงอื่นเป็นเมียน้อยอีกหลายคนเป็นปกติอยู่แล้ว

กรณีหลังนี้นั้นศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำ เพราะการเป็นชู้หรือมีชู้นั้นไม่ได้เป็นเหตุให้ครอบครัวแตกแยก แต่ครอบครัวนั้นได้มีปัญหาแตกแยกกันมาก่อนที่จะมีชู้เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งหากเราเป็นทนายความจำเลยก็จะต้องนำสืบประเด็นนี้ให้ศาลเห็นเพื่อกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง 

6.พฤติการณ์ในการเป็นชู้ เปิดเผยแค่ไหน ?

พฤติกรรมในการเป็นชู้นั้น บางกรณีมีลักษณะแบบปกปิด ไม่ได้เปิดเผยตัวเองต่อที่สาธารณะ มีลักษณะเป็นการแอบพบเจอกันตามโรงแรม หรือบ้านพักส่วนตัว ไม่มีการนำตัวชู้ไปเปิดเผยให้กับบุคคลอื่นรับทราบในวงกว้าง ไม่มีการนำรูปคู่หรือความสัมพันธ์ไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งกรณีนี้ศาลก็จะกำหนดค่าเสียหายให้ต่ำ เพราะพฤติการณ์ไม่ร้ายแรงนัก ซึ่งหากเราเป็นฝ่ายจำเลยก็ต้องนำสืบประเด็นนี้ให้ศาลเห็น

แต่ในการเป็นชู้บางรายนั้น มีลักษณะเปิดเผยเต็มที่อย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดๆ เช่น ลงรูปคู่แสดงความรักกันในสื่อออนไลน์ เช่น facebook  LINE หรือ instagram พาไปเที่ยวสถานบันเทิงต่างๆอย่างเปิดเผย แสดงตนโดยเปิดเผยกับเพื่อนๆที่ทำงานทุกคน  นำไปให้บิดามารดารู้จัก หรืออยู่กินกันแบบเปิดเผยที่บ้าน หรือบางกรณี ชู้บางคนยังมาระรานหรือด่าเมียหลวงด้วย หรือบางกรณีถึงขั้นจัดงานสมรสกันเลยดังที่เคยเป็นข่าว  กรณีเช่นนี้ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่มีความสำนึกในศีลธรรมอันดี และศาลจะกำหนดค่าเสียหายให้สูงกว่าปกติ และหากเราเป็นทนายความฝ่ายโจทก์ก็ควรนำสืบประเด็นนี้ด้วย 

7.เป็นชู้กันมานานแค่ไหน ?

ในกรณีที่เป็นชู้กันเพียงระยะเวลาไม่นาน เช่น อาจจะเป็นแค่เดือนเดียว อาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์ กรณีเช่นนี้ย่อมถือว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่สมรสยังไม่มากเท่าใดนัก ซึ่งศาลก็มักจะกำหนดค่าเสียหายให้ต่ำ ซึ่งหากเราเป็นทนายความจำเลยก็ต้องนำสืบในประเด็นนี้ด้วย 

แต่ในกรณีที่พฤติกรรมเป็นชู้มาเป็นเวลานานเป็นปีจนกระทั่งถูกจับได้ เช่นนี้ในระหว่างที่เป็นชู้กันนั้นฝ่ายชู้ อาจได้รับผลประโยชน์ต่างๆ จากคู่สมรสเป็นจำนวนมาก ซึ่งย่อมเป็นประเด็นที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้นหากเราเป็นทนายความฝ่ายโจทก์ก็ต้องนำสืบในประเด็นนี้ด้วย 

8. ฝ่ายชู้ รู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว ?

สำหรับบุคคลที่เข้ามาเป็นมือที่สาม หรือเป็นชู้กับคู่สมรสนั้น บางครั้งเขาเองก็ไม่รู้ว่าคู่สมรสฝ่ายนั้นมีสามีหรือภรรยาอยู่แล้ว เพราะบางครั้งคู่สมรสบางคู่ก็ไม่ได้อยู่กินด้วยกันตลอดด้วยเหตุผลทางภาระหน้าที่การงาน หรือเหตุผลส่วนตัว และบางครั้งคู่สมรสที่ไปมีชู้นั้น ก็ไปหลอกลวงหรือแสดงตนกับบุคคลอื่นว่า ตนเองเป็นคนโสด ซึ่งตามกฎหมายแล้วไม่ว่า ชู้จะรู้หรือไม่รู้ว่า บุคคลที่ตนเองเข้าไปมีความสัมพันธ์นั้นมีคู่สมรสอยู่แล้วหรือไม่ ก็ต้องรับผิดทางแพ่งตามกฎหมายไม่สามารถปฏิเสธว่าไม่รู้เพื่อไม่ต้องรับผิดได้ ทั้งนี้ ในประเด็นข้อกฎหมายนี้ผู้สนใจโปรดอ่านบทความ เรื่อง เป็นชู้โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว จะต้องรับผิดชดใช้ค่าทดแทนหรือไม่ ?

แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ชู้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว ย่อมถือได้ว่าไม่ได้มีเจตนาชั่วร้ายหรือฝ่าฝืนต่อศีลธรรม ศาลย่อมจะกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำ ซึ่งบางทีอาจจะเสียเพียงแค่เงินหลักหมื่นเท่านั้น ดั้งนั้นหากเราเป็นฝ่ายจำเลยก็ต้องนำสืบประเด็นนี้ให้ชัดเจน

แต่ในกรณีที่ฝ่ายชู้ รู้ดีอยู่แล้วว่า อีกฝ่ายนึงมีคู่สมรสอยู่แล้ว แต่ยังเต็มใจเข้าไปมีความสัมพันธ์ด้วย ย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่มีความสำนึกในศีลธรรมอันดี ซึ่งศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้สูง และเป็นส่วนหนึ่งที่ฝ่ายโจทก์จะต้องนำสืบให้ชัดเจน 

9.หลังจากถูกจับได้แล้ว มีพฤติการณ์สำนึกผิดหรือไม่ ?

หลังจากที่ถูกจับได้ว่าเป็นชู้หรือมีชู้กันแล้ว หากคู่สมรสฝ่ายที่มีชู้และฝ่ายตัวชู้สำนึกผิด หยุดความสัมพันธ์ดังกล่าวไว้ทันที พร้อมทั้งแสดงความจริงใจขอขมากับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ย่อมถือว่าชู้และคู่สมรสฝ่ายนั้นมีความสำนึกในการกระทำของตนเอง ศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง 

แต่หากหลังจากถูกจับได้ว่าเป็นชู้หรือมีชู้กันแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังไม่ยอมหยุดความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ซ้ำร้ายยังไประรานคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง หรือพยายามขอเลิกกับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง หรือชู้บีบให้คู่สมรสเลิกรากันเพื่อมาอยู่กินกับตนเอง พฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่าไม่มีความสำนึกใดๆ และศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้สูง 

10.มีการฟ้องหย่าประกอบด้วยหรือไม่ ? อีกฝ่ายได้ทรัพย์สินจากการฟ้องหย่าไปด้วยหรือไม่ ?

ซึ่งประเด็นนี้เป็นไปตามข้อกฎหมายคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1525 วรรคสอง ที่วางหลักว่า หากคู่สมรสมีการฟ้องหย่าประกอบการฟ้องชู้ด้วยนั้น ต้องดูว่ามีการแบ่งทรัพย์สินกันเป็นอย่างไร เช่นสามีมีชู้ ภรรยาจึงฟ้องหย่าพร้อมกับฟ้องชู้ และภรรยาได้รับส่วนแบ่งสินสมรสประมาณ 20 ล้าน ในคดีฟ้องหย่า เช่นนี้ในกรณีฟ้องชู้เรียกค่าทดแทน ศาลอาจจะกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง เพราะเห็นว่าฝ่ายภรรยาได้ทรัพย์สินสมรสไปส่วนหนึ่งแล้ว 

หลักเกณฑ์ ทั้งหมด 10 ข้อนี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่ศาลนำมาประกอบการวินิจฉัยในการกำหนดค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ แทบทุกคดี ซึ่งเมื่อเราทราบหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ย่อมเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีฟ้องชู้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้ว่าเราจะเป็นฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลย 

ถ้าเราเป็นฝ่ายโจทก์ก็ต้องนำสืบประเด็นต่างๆให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น ไม่ใช่นำสืบเพียงแต่ว่ามีการเป็นชู้เกิดขึ้นเท่านั้น ถ้าเป็นฝ่ายจำเลยหากสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่าท่านจะต้องรับผิดจริง ไม่มีทางสู้คดีได้ ท่านก็ต้องถามค้านและนำสืบพยานหลักฐานต่างๆเพื่อให้ศาลให้เห็นว่าพฤติการณ์ของเราไม่ร้ายแรง เพื่อให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง 

ฟ้องชู้ ธรรมดาศาลจะกำหนดค่าเสียหายให้ประมาณเท่าไหร่ ?และจำนวนเงินสูงสุดที่ศาลให้อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ?

สำหรับยอดเงินค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ จำนวนเงินสูงสุด สูงสุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผมเห็น คือ 1 ล้านบาท  

สำหรับตัวผมเองตั้งแต่ยื่นฟ้องคดีฟ้องชู้ มา ตัวเลขสูงสุดที่ผมเคยทำได้ อยู่ที่จำนวนประมาณ 800,000 บาท ยังไม่รวมค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความใช้แทนพร้อมทั้งดอกเบี้ยที่ศาลกำหนดให้ ซึ่งรวมแล้วก็ได้เงินกลับมาเป็นเงินประมาณล้านกว่าบาท ซึ่งในโอกาสหน้าจะนำตัวอย่างคดีนี้มาเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ชมกันต่อไปครับ 

อย่างไรก็ตามหากมีพฤติการณ์ที่ร้ายแรงมากๆ ในอนาคตก็อาจมีการกำหนดค่าเสียหายที่มากกว่านี้ก็เป็นไปได้ครับ

ส่วนตัวเลขต่ำสุด รายการฟ้องร้องดำเนินคดีของผม คือหนึ่งแสน และน่าจะเป็นตัวเลขที่พบบ่อย ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง หรือคู่สมรสไม่ได้มีหน้าตาหรือฐานะทางสังคมมาก ส่วนตัวเลขที่มักจะได้มากที่สุดในคดีทั่วๆไป อยู่ที่ประมาณ สามแสนบาทครับ 

ฟ้องชู้ ควรฟ้องที่จำนวนเงินเท่าไหร่ ? 

สำหรับตัวเลขที่นิยมฟ้องร้องดำเนินคดีกัน ในกรณีที่คู่สมรสไม่ได้มีฐานะทางสังคมสูงมากหรือพฤติการณ์การเป็นชู้ไม่ได้ร้ายแรงมากอาจจะฟ้องกันที่ประมาณ 3 แสนบาท เพราะหากยื่นฟ้องที่ตัวเลขดังกล่าวแล้ว ฝ่ายโจทก์จะเสียค่าธรรมเนียมศาลเพียงแค่ 1,000 บาทเท่านั้น

แต่ในกรณีที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายมีหน้าตาทางสังคมหรือมีฐานะทางสังคมสูง หรือพฤติกรรมการเป็นชู้ที่มีความร้ายแรงตัวเลขที่จะยื่นฟ้องก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทหรือสูงกว่านั้น ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในอัตราร้อยละ 2 ของยอดเงินที่ฟ้องคดี 

ซึ่งวันนี้ผมได้รวบรวมนำเอาคำพิพากษาศาลฎีกา คำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ได้วินิจฉัยในประเด็นค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้กว่า 50 คดีมาให้ผู้สนใจได้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทางด้วยครับสามารถคลิกอ่านได้ ที่นี่ครับ “รวมคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าทดแทนคดีฟ้องชู้ โดย สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ”

 

Comments

comments