คู่มือปฏิบัติงานของทนายความ

ตัวอย่างคดีฟ้องชู้ Ep.5 ตอน ” สามีฟ้องชู้ ไม่มีรูปถ่าย ไม่ได้เปิดตัว ไม่มีคนรู้ ก็ฟ้องได้ “

ตัวอย่างคดีฟ้องชู้ ในวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่สามีจับได้ว่าภรรยาแอบมีชู้ คบหาและพูดคุยกับชายชู้มาเป็นเวลานาน 

นอกจากนี้ยังได้นำเงินไปให้ชายชู้กู้ยืมเป็นจำนวนมาก จนสุดท้ายเมื่อสามีจับได้ก็เสียใจเป็นอย่างมาก  

แต่สุดท้ายสามีก็ยังให้โอกาสภรรยา ให้กลับมาอยู่กันเป็นครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง 

แต่กับชายชู้ สามีไม่อาจทำใจให้อภัยได้อย่างแน่นอน ทางสามีจึงได้มาหาผมและจัดการให้ผมยื่นฟ้องให้

ข้อเท็จจริงในคดี

ผมสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแล้ว ได้ความว่า คดีนี้เนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นสามีต้องทำงานหนัก อาจจะไม่ค่อยมีเวลาเท่าใดนัก 

ภริยาจึงได้แคบไปคบหาและพูดคุยกับจำเลย ซึ่งเป็นเพลย์บอยและชายชั่ว ซึ่งมีอาชีพเกาะผู้หญิงกิน และหลอกเงินผู้หญิงไปวันๆ

ตัวจำเลยได้แอบมาพูดคุยกับภริยาโจทก์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก จนภริยาโจทก์หลงคารม แอบไปคบหามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกัน 

หลังจากนั้น ตัวจำเลยได้เริ่มทำการปอกลอก ด้วยการขอกู้ยืมเงินจากภริยาโจทก์ โดยอ้างเหตุต่างๆนาๆ ด้วยความที่ภริยาโจทก์หลงตัวจำเลย จึงได้นำเงินให้จำเลยยืมเป็นจำนวนมาก และไม่ได้ทำหลักฐานการกู้ยืมกันไว้เลย

ภายหลังเมื่อเริ่มมีปัญหา จำเลยไม่คืนเงินที่กู้ ทำให้สามีโจทก์เริ่มเอะใจและจับได้ว่า เหตุใดภริยาจึงได้ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินเป็นจำนวนมาก โดยไม่ทำหลักฐานใดๆ สุดท้ายสามีโจทก์จึงไล่เรียงจนความแตก

เมื่อเกิดเรื่องสามีโจทก์ให้อภัยภริยา แต่ก็ยังอยากที่จะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับชายชู้

โดยในคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า พฤติการณ์เรื่องการเป็นชู้ระหว่างภริยาโจทก์กับตัวจำเลยนั้น เป็นการกระทำในทางลับ ไม่มีบุคคลอื่นๆทราบหรือรับรู้เลย

โดยมีคนรับรู้เรื่องนี้เพียง 3 คน คือโจทก์ จำเลย และภริยาโจทก์เท่านั้น  และพยานหลักฐานที่ปรากฎ ไม่มีรูปถ่าย รูปคู่ ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างภริยาโจทก์กับจำเลยเลย

ทั้งหมดที่มี มีแค่เพียงแชทการสนทนาบางส่วน หลักฐานการโอนเงิน กับคลิปเสียงการสนทนาที่สามีโจทก์พูดคุยกับจำเลยหลังเกิดเหตุเท่านั้น

ปัญหาก็คือหลักฐานเพียงเท่านี้ เพียงพอฟ้องคดีหรือไม่ ?

ข้อกฎหมาย

         ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น

        สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้

        ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้

คำอธิบาย

ในการที่สามีจะฟ้องชายชู้ ที่มายุ่งเกี่ยวกับภริยาของตนในทำนองชู้สาวนั้น แม้พฤติการณ์การเป็นชู้ จะทำในที่ลับ ไม่มีบุคคลอื่นรับรู้เลยสักคน ดังเช่นกรณีนี้ สามีก็ยังสามารถฟ้องได้ 

เพราะกรณีสามีฟ้องชายชู้นั้น ไม่มีองค์ประกอบที่ว่า “แสดงตนโดยเปิดเผย” เหมือนกรณีภริยาฟ้องหญิงชู้แต่อย่างใด ดังนั้นแม้กรณีนี้จะไม่มีผู้อื่นรับรู้ โจทก์ก็ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ 

ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2936/2522 การนอนกอดกันกับภริยาของผู้อื่นเพราะรักใคร่กันในทางชู้สาว หรือกระทำถึงขั้นร่วมประเวณีกับภริยาของผู้อื่น ก็ล้วนแต่ต้องถือว่าได้ล่วงเกินภริยาของเขาไปในทำนองชู้สาวทั้งสิ้น โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523วรรคสอง (ที่ได้ตรวจชำระใหม่)(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1113/2514 วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6804/2558 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ทราบแล้วว่า จำเลยที่ 1 เป็นภริยาของโจทก์แต่ยังเป็นชู้และร่วมประเวณีกับจำเลยที่ 1 เป็นอาจิณ โจทก์ซึ่งเป็นสามีย่อมมีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2530 การล่วงเกินในทำนองชู้สาวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1523 วรรคสองมีความหมายรวมถึงการทำชู้ด้วย สิทธิเรียกค่าทดแทนนี้มิได้มีเงื่อนไขว่าสามีจะต้องฟ้องหย่าภริยาเสียก่อนจึงจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาวได้และค่าทดแทนในกรณีนี้เป็นค่าเสียหายอย่างหนึ่งที่ชายชู้ต้องรับผิด ศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามฐานานุรูปแห่งผู้ต้องได้รับความเสียหาย ซึ่งรวมถึงความเสเกียรติคุณของโจทก์ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3483/2528 จำเลยพา บ.ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นภริยาโจทก์ไปร่วมประเวณี แม้บ.จะยินยอมสมัครใจร่วมประเวณี กับจำเลยก็ถือว่าจำเลยกระทำล่วงเกิน ภริยาโจทก์ไปในทำนอง ชู้สาวจำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ และการที่จำเลยพาภริยาโจทก์ไปร่วมประเวณีดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ผู้เป็นสามีได้รับความเสื่อมเสียทั้งด้านจิตใจเกียรติยศและชื่อเสียง ซึ่งไม่อาจคิดเป็นราคาเงินได้การกำหนดค่าทดแทนให้เพียงใดย่อมแล้วแต่พฤติการณ์แห่งคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2525 การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาให้จำเลยที่ 2 เข้าไปหลับนอนในร้านของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์ไปพบก็มีการไปเจรจากันที่สถานีตำรวจโดยจำเลยที่ 1 ตกลงจะไปอยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยที่ 2 แต่ตกลงกันเรื่องค่าเสียหายและการเลี้ยงดูบุตรไม่ได้ดังนี้ พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในทางชู้สาว ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์อับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ศาลกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์ได้

ตัวอย่างคำฟ้อง

เมื่อปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายแล้ว เห็นว่าคดีสามารถดำเนินการได้ ผมจึงได้จัดการยื่นฟ้องคดี โดยมีเนื้อหาคำฟ้อง ดังนี้

ตัวอย่างคำฟ้อง คดีฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทน กรณีสามีฟ้องชายชู้

ข้อ ๑.โจทก์มีฐานะเป็นสามีที่ชอบด้วยกฎหมาย ของนางสาวญ. โดยก่อนจะจดทะเบียนสมรสโจทก์คบหากันมาเป็นเวลาประมาณ 5 ปี และได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 รายละเอียดปรากฎตามใบสำคัญการสมรสเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1

แต่เดิมนางสาวญ. ภริยาโจทก์ มีชื่อว่า นางสาวจ. ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น นางสาวญ. รายละเอียดปรากฎตามหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

ข้อ ๒. เมื่อระหว่างปี พ.ศ. 2558 จนถึง ต้นเดือนมิถุนายน 2558 จำเลยได้กระทำการล่วงเกินนางสาวญ. ภริยาโจทก์ไปในทำนองชู้สาว โดยเป็นชู้และมีเพศสัมพันธ์กับภริยาโจทก์เป็นอาจิณ โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ . 2558 จำเลยได้ติดต่อกับภริยาโจทก์ทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ก www.facebook.com  จากนั้นจำเลยได้พยายามเข้ามาทำความสนิทสนมกับภริยาโจทก์ 

 โดยอาศัยโอกาสที่โจทก์ทำงานประจำและทำงานล่วงเวลาบ่อยครั้ง เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ทำให้โจทก์ไม่ค่อยไม่มีเวลาให้ภริยาของโจทก์  จากนั้นจำเลยได้พูดคุยทำนองชู้สาวกับภริยาโจทก์ตลอดมาจนกระทั่ง จำเลยสบโอกาสจึงได้มีเพศสัมพันธ์กับภริยาโจทก์ด้วยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของภริยาโจทก์ 

จากนั้นจำเลยก็มีเพศสัมพันธ์กับภริยาโจทก์และเป็นชู้และคบหากับภริยาโจทก์อย่างคนรักเรื่อยมา หลังจากนั้นจำเลยได้อาศัยความสนิทสนมและความสัมพันธ์ทำนองชู้สาวกับภริยาโจทก์ หยิบยืมเงินไปจากภริยาของโจทก์ไปหลายครั้ง โดยอ้างว่าเอาไปหมุนเวียนในกิจการของจำเลย คิดเป็นเงินประมาณ 800,000 บาทเศษ ทั้งนี้โดยจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า นางสาวญ. เป็นภริยาของโจทก์

 จนกระทั่งเมื่อเดินมิถุนายน 2560 โจทก์จึงมาทราบการกระทำดังกล่าวของจำเลย เนื่องจากภริยาของโจทก์ได้หยิบยืมเงินของผู้อื่นมาให้กับจำเลย จนถูกผู้อื่นติดตามทวงถามหนี้สิน ภริยาโจทก์จึงได้บอกให้โจทก์ทราบว่าเกิดปัญหาเรื่องนี้สิน และแจ้งว่านำเงินที่ยืมมาจากผู้อื่นไปให้จำเลยยืมต่ออีกทีหนึ่ง 

โจทก์ได้ซักไซ้ไล่เรียงและตรวจสอบว่าเหตุใด ภริยาโจทก์จึงให้จำเลยยืมเงินมากมายเช่นนั้น โดยไม่ได้ทำหลักฐานกู้ยืมใดๆไว้ จึงได้ทราบว่า จำเลยได้ลักลอบเป็นชู้และมีเพศสัมพันธ์กับภริยาของโจทก์มานานแล้ว โดยตรวจสอบจากการสนทนาผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊กและหลักฐานอื่นๆ รายละเอียดโจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณาต่อไป

 ข้อ ๓ การกระทำของจำเลย เป็นการล่วงเกินภริยาของโจทก์ไปในทำนองชู้สาว เป็นชู้และมีเพศสัมพันธ์กับภริยาโจทก์เป็นอาจิณ โดยรู้อยู่แล้วว่า นางสาวญ. เป็นภริยาของโจทก์ และจำเลยเองก็มีภริยาอยู่แล้ว การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตใจของภริยาโจทก์ ทั้งยังมีลักษณะเป็นการฉวยโอกาสหาผลประโยชน์โดยหยิบยืมเงินของภริยาไปเป็นจำนวนหลายแสนบาท ทำให้ครอบครัวโจทก์ต้องแตกแยก

 โจทก์คบหากับภริยามาเป็นเวลากว่า 10 ปี จดทะเบียนสมรสกันมาเป็นเวลา 6 ปี มีครอบครัวที่อบอุ่นก่อนจำเลยจะเข้ามาทำให้แตกแยก โจทก์ทำงานเป็นพนักงานบริษัท ป.ต.ท. จำกัด (มหาชน) มีเงินเดือนประมาณ 50,000 บาท ถือว่ามีฐานะและหน้าตาในสังคม โจทก์จึงขอเรียกค่าทดแทนจากจำเลยเป็นจำนวน 1,000,000 บาท

 จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลนี้

 โจทก์ไม่มีทางใดจะบังคับจำเลยได้ จึงต้องนำคดีมาขึ้นสู่ศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

การสืบพยานและผลคำพิพากษา

คดีนี้ จำเลยให้การต่อสู้คดีทำนองว่าไม่ได้เป็นชู้ และแต่งตั้งทนายความเข้ามาต่อสู้คดี โดยทนายความจำเลยได้มาถามค้านพยานโจทก์ แต่จำเลยไม่กล้ามาศาลเพื่อเบิกความเป็นพยาน และไม่มีพยานอื่นๆมานำสืบ

สุดท้ายคดีนี้ศาลได้ตัดสินให้ค่าทดแทนแก่โจทก์ทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน 350,000 บาท โดยถ้อยคำส่วนหนึ่งในคำพิพากษาก็คือ ถึงแม้เหตุการณ์การเป็นชู้นี้ จะไม่มีบุคคลอื่นรู้เลยก็ตาม แต่เมื่อมีการเป็นชู้เกิดขึ้นย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ไม่มีคนรับรู้มากนัก ความเสียหายของโจทก์จึงถือว่าไม่มาก ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายให้ตามคามสมควรแก่คดี ซึ่งปัจจุบันคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

สรุปข้อกฎหมายที่ได้จาก ตัวอย่างคดีฟ้องชู้ เรื่องนี้ 

ในการฟ้องคดีชู้ กรณีที่สามีฟ้องชายชู้นั้น ไม่จำเป็นเลยว่าจะการเป็นชู้นั้น จะต้องมีบุคคลอื่นๆรับรู้ แม้เป็นการลักลอบเป็นชู้กัน รับรู้กันเพียงสองคน ก็ถือเป็นการละเมิดสิทธิของสามีแล้ว สามีย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชายชู้ได้ เพราะกฎหมายวางหลักไว้ว่า แค่มีการ “ล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาว” สามีก็ฟ้องชายชู้ได้แล้ว 

แต่ในทางกลับกัน ในกรณีเช่นนี้ หากเปลี่ยนเป็นกรณีภริยาฟ้องหญิงชู้ ศาลน่าจะต้องยกฟ้อง เพราะการที่ภริยาจะฟ้องหญิงชู้ เพื่อเรียกค่าทดแทน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 นั้น กฎหมายวางหลักเกณฑ์ว่า จะต้อง “มีการแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว”

อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความด่านล่างครับ

หลักฐานการฟ้องชู้ มีอะไรบ้าง ? ต้องชัดเจนแค่ไหนถึงจะฟ้องได้ ? คำอธิบายข้อกฎหมาย เรื่อง ” พยานหลักฐานในการฟ้องชู้ ” ฉบับสมบูรณ์

แสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

comments

ทนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์

About ทนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์

ทนายความ/หัวหน้าสำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายและรับว่าความทั่วราชอาณาจักร โทร 098-2477807 , 087-3357764 ไลน์ id - @srisunglaw (มี @ข้างหน้า)

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น