สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 51/29-51-30 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20000 (ด้านในสำนักงานขนส่งเก่าชลบุรี)

ช่องทางติดต่อ

Tel : 098-247-7807, 087-335-7764

Line id : tanaiekkasit

Email: [email protected]

เวลาให้บริการ

วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.00 น.-19.00 น. วันเสาร์อาทิตย์ 10.00-19.00 น.

กรณีมาติดต่อปรึกษาทนายที่สำนักงาน กรุณานัดหมายเวลาล่วงหน้ากับทนายก่อนทุกครั้ง เพื่อความสะดวกของท่าน  

แผนที่สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

แสดงความเห็น

comments

ตัวอย่าง คดีฟ้องชู้ ตอน นำสืบอย่างไรให้ได้เต็มตามฟ้อง (300,000 บาท)

ตัวอย่าง คดีฟ้องชู้ ตอน นำสืบอย่างไรให้ได้เต็มตามฟ้อง (300,000 บาท)
มิถุนายน 27, 2021 ทนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์

ตัวอย่าง คดีฟ้องชู้ คดีนี้ โจทก์มาหาผมโดยแจ้งว่าสืบทราบมาว่าภรรยาของตนเอง (จำเลยที่ 1) เป็นชู้กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียน

โดยมีพยานหลักฐานชัดเจน เป็นคลิปวีดีโอ เหตุการณ์ขณะที่โจทก์พบภริยาของตนเองกับจำเลยที่ 2 นอนอยู่ด้วยกันที่บ้าน 

เหตุที่โจทก์สืบทราบ เนื่องจากภรรยาของโจทก์แจ้งว่าจะต้องไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลานาน และต้องนอนค้างอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งละเป็นเดือน จนโจทก์เริ่มมีความสงสัย 

ประกอบโจทก์และระคายมีเหตุสงสัยว่าภรรยาจะเป็นชู้กับจำเลยที่ 2  ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนของภรรยาโจทก์ เนื่องจากมีเพื่อนๆ ให้ข่าวมา แต่โจทก์ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะไม่คิดว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งรู้จักครอบครัวโจทก์เป็นอย่างดี จะทำเรื่องเช่นนั้นได้ 

โจทก์และบุตรจึงได้ลองตามไปถึงที่พักที่จังหวัดเชียงใหม่ จนได้พบภาพบาดตาคือ ภรรยาของโจทก์กับจำเลยที่ 2 กำลังนอนอยู่ด้วยกัน โจทก์จึงได้ถ่ายคลิปบันทึกภาพและวีดีโอขณะพบเหตุการณ์ดังกล่าวไว้

หลังจากนั้นโจทก์จึงมาหาผม โดยแจ้งว่า ไม่ประสงค์จะอยู่กินกันภริยาแล้ว จึงต้องการฟ้องหย่าและฟ้องชู้ไปพร้อมกัน 

ผมจึงได้ยื่นฟ้องคดีเรื่องฟ้องหย่าและฟ้องชู้ต่อศาลไปโดยเรียกค่าทดแทนเป็นจำนวน 300,000 บาท 

ทั้งนี้ธรรมดาแล้วในคดีฟ้องชู้ เรานิยมฟ้องที่จำนวนประมาณ 300,000 บาท เพราะจะเสียค่าธรรมเนียมศาลเพียงแค่ 1,000 บาท 

หากฟ้องยอดเกินกว่า 300,000 บาท ก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลอัตราร้อยละ 2 ของจำนวนเงิน และโดยทั่วไปแล้วการที่จะนำสืบให้ได้ยอดเงินเกินกว่า 300,000 ในคดีฟ้องชู้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  ดังนั้นคดีนี้ผมและโจทก์จึงตัดสินใจยื่นฟ้องที่ยอด 300,000 บาท

คดีนี้จำเลยทั้งสองไม่กล้าสู้หน้าโจทก์จึงไม่ได้มาสู้คดีที่ศาล และไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี

อย่างไรก็ตามในคดีฟ้องชู้เพื่อเรียกค่าทดแทน จากคู่สมรสและตัวชู้นั้น ไม่ใช่ว่าหากจำเลยไม่มาศาลภายในกำหนดแล้ว ศาลจะต้องกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามที่โจทก์ฟ้องแต่อย่างใด

แต่ศาลจะต้องพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีทั้งปวง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 แล้วศาลจึงกำหนดค่าเสียหาย ซึ่งอาจจะต่ำกว่ายอดที่โจทก์ฟ้องก็ได้

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายโจทก์ที่จะนำสืบให้ศาลเห็นถึงความเสียหายและเหตุที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนให้สูง

ซึ่งผมเคยได้เขียนบทความอธิบายไว้อย่างละเอียดแล้วว่า ศาลมีหลักเกณฑ์อะไรในการใช้กำหนดค่าเสียหายในคดีฟ้องชู้ สามารถอ่านได้ในบทความเรื่อง ฟ้องชู้เรียกเงินได้เท่าไหร่ 10 หลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าเสียหายในคดีฟ้องชู้

ดังนั้น ถึงแม้จำเลยทั้งสองไม่มาสู้คดี แต่ผมก็นำสืบถึงเรื่องค่าเสียหายโดยละเอียด คือ

1.โจทก์และภรรยา คบหากันเป็นเวลานานกว่า 26 ปี โดยคบหากันก่อนจดทะเบียนสมรสกว่า 10 ปี  และจดทะเบียนสมรสกันมานานกว่า 16 ปี มีการจัดงานสมรสใหญ่โต

2.โจทก์และภรรยามีบุตรด้วยกัน 1 คน มีครอบครัวที่อบอุ่นตลอดมา ก่อนมีเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2 มาเป็นชู้กับภริยาโจทก์ 

3.ตัวชายชู้คือจำเลยที่ 2 รู้ดีอยู่แล้วว่าโจทก์และภรรยาโจทย์คบหาอยู่กินกันอย่างสามีภรรยามาเป็นเวลานาน เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นเพื่อนสมัยเรียนของภริยาโจทก์ จึงรู้ความสัมพันธ์ในครอบครัวของโจทก์เป็นอย่างดี 

4.ลักษณะการเป็นชู้นั้น เป็นการคบหากันอย่างเปิดเผยเป็นที่รับรู้ของบุคคลทั่วไปในบริเวณดังกล่าว และเป็นการคบชู้กันมาเป็นเวลานาน โดยได้อยู่กินกันที่บ้านหลังเดียวกัน เป็นเวลานานนับเดือนหลายครั้ง 

5.ตัวโจทก์มีการศึกษาระดับสูงถึงปริญญาโท มีฐานะทางสังคมดี เป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่มั่นคง  มีเงินเดือนรวมค่าโอทีเกือบ 100,000บาท มีลูกน้องในบังคับคัญชาหลาย จึงถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคม 

6.เหตุการณ์เป็นชู้ดังกล่าว ทำให้ครอบครัวของโจทก์แตกแยก ตัวโจทก์และบุตรได้รับความอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง และได้รับผลกระทบต่อจิตใจอย่างร้ายแรง 

ด้วยเหตุดังกล่าว ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวนเต็มตามฟ้อง 300,000 บาทโดยให้เหตุผลว่า 

เมื่อพิจารณาจากระยะเวลาที่โจทก์และจำเลยที่ 1 อยู่กินฉันสามีภรรยาเป็นเวลากว่า 16 ปี (ความจริงคือ 26ปี) โจทก์ทำงานในบริษัทที่มั่นคงมีเงินเดือนประมาณ 100,000 บาท การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นการกระทบจิตใจของโจทก์อย่างร้ายแรงยอดเงินจำนวน 300,000 บาทจึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว 

ฟ้องชู้_001 ฟ้องชู้_002 ฟ้องชู้_003 ฟ้องชู้_004

ปล.หน้าสาม เจ้าหน้าที่ศาลถ่ายตกหล่นไป เดี๋ยวคัดถ่ายใหม่แล้วจะลงให้ครับ

อุทาหรณ์จากเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ในคดีฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนนั้น ไม่ว่าฝ่ายจำเลยจะเข้ามาสู้คดีหรือไม่ก็ตาม ฝ่ายโจทก์ไม่ใช่เพียงแต่มีหน้าที่นำสืบเรื่องการมีชู้ แต่ฝ่ายโจทก์มีหน้าที่นำสืบถึงเรื่องค่าเสียหายให้ครบถ้วนทุกประเด็นจึงจะทำให้มีโอกาสให้ศาลกำหนดค่าใช้จ่ายให้เต็มตามฟ้อง 

ผมหวังว่าตัวอย่างจากคดีความจริงเช่นนี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆและผู้สนใจทุกคน ผมยังมีตัวอย่างคดีฟ้องชู้ที่น่าสนใจอีกประมาณสิบกว่าคดี ซึ่งผมจะคัดเลือกนำมาเผยแพร่ต่อไปครับ

อ่าน ตัวอย่าง คดีฟ้องชู้ เพิ่มเติม

ฟ้องชู้อย่างไรให้ได้เงินล้าน ตัวอย่างการฟ้องคดีชู้ที่ศาลกำหนดค่าทดแทนให้สูงรวมเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท 

 

แสดงความเห็น

comments