สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 51/29-51-30 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20000 (ด้านในสำนักงานขนส่งเก่าชลบุรี)

ช่องทางติดต่อ

Tel : 098-247-7807, 087-335-7764

Line id : tanaiekkasit

Email: [email protected]

เวลาให้บริการ

วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.00 น.-19.00 น. วันเสาร์อาทิตย์ 10.00-19.00 น.

กรณีมาติดต่อปรึกษาทนายที่สำนักงาน กรุณานัดหมายเวลาล่วงหน้ากับทนายก่อนทุกครั้ง เพื่อความสะดวกของท่าน  

แผนที่สำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

Comments

comments

อำนาจในการสั่งให้ตรวจปัสสาวะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อำนาจในการสั่งให้ตรวจปัสสาวะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมษายน 9, 2016 ทนายเอกสิทธิ์

ตรวจปัสสาวะ

 

 

 

 

 

 

อำนาจในการสั่งให้ทำการตรวจปัสสาวะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เนื่องจากผู้เขียนต้องเดินทางไกลไปว่าความที่ศาลต่างจังหวัดบ่อยๆ และมักเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านตรวจฯ มักจะเรียกให้ผู้ขับขี่รถยนต์และบุคคลอื่นๆที่โดยสารมาในรถยนต์ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดอยู่เสมอๆ จึงขอนำเอาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมาลงเผยแพร่เพื่อประโยชน์แก่บุคคลทั่วไป

ตามธรรมดาแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมไม่มีอำนาจในการสั่งให้บุคคลใดทำการตรวจปัสสาวะโดยผู้นั้นไม่ให้ความยินยอม เนื่องการเป็นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอันรัฐธรรมนูญบัญญัติรองรับไว้ เว้นแต่เมื่อมีคดีอาญาเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ(พนักงานสอบสวน) จะมีอำนาจสั่งให้ผู้ที่ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องหา หรือผู้เสียหายในคดีอาญา ทำการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีการต่างๆได้ ซึ่งรวมถึงการตรวจปัสสาวะด้วย และหากผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาไม่ทำการตรวจพิสูจน์ ก็ไม่มีความผิดแต่อย่างใด เพียงแต่กฎหมายจะกำหนดว่า ข้อเท็จจริงจะเป็นไปตามผลการตรวจพิสูจน์ในทางที่เป็นผลร้ายกับผู้เสียหายหรือผู้ต้องหานั้น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 131/1)

แต่เนื่องจากการขับขี่รถยนต์ในขณะมึนเมาสุราหรือสารเสพติดอื่นๆ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของสังคมส่วนรวม ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดอำนาจพิเศษให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการบังคับตรวจปัสสาวะแก่ผู้ขับขี่รถยนต์ได้ แม้ยังไม่มีคดีอาญาเกิดขึ้น กล่าวคือกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้ผู้ขับขี่รถยนต์ที่มีลักษณะอาจจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น กล่าวคือ ขับขี่รถยนต์ในลักษณะที่หย่อนความสามารถในการขับ หรือขับขี่รถยนต์ในขณะที่มึนเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ทำการตรวจปัสสาวะได้ แม้ผู้นั้นไม่ยินยอมให้ตรวจ โดยหากผู้ขับขี่รถยนต์ไม่ยอมตรวจ กฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงานตำรวจมิอำนาจกักตัวได้ไว้ได้จนกว่าจะยอมทำการตรวจ (พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 อนุมาตรา 1,2 ประกอบมาตรา 142 )

ซึ่งจะเห็นได้ว่าอำนาจในการบังคับตรวจปัสสาวะดังกล่าว มีเฉพาะแต่กับตัวผู้ขับขี่รถยนต์เท่านั้น ซึ่งผู้ที่ขับขี่รถยนต์ที่จะถูกบังคับให้ตรวจตามกฎหมายมาตรานี้จะต้องปรากฏว่ามีลักษณะการขับขี่รถยนต์โดยมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ขับขี่รถยนต์โดยหย่อนความสามารถในการขับ หรือขับขี่ในขณะที่มึนเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น เช่น มีกลิ่นสุราจากลมหายใจหรือเสื้อผ้า ขับรถไม่ตรงทาง พูดจาอ้อแอ้ หรือฝ่าฝืนสัญญาจราจร ฯลฯ หากไม่มีอาการน่าสงสัยอันใด ผู้เขียนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีอำนาจบังคับตรวจปัสสาวะได้ และอำนาจในการบังคับตรวจปัสสาวะนี้ไม่ครอบคลุมไปถึงผู้ที่นั่งโดยสารมาในรถยนต์ด้วย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถบังคับให้ผู้ที่นั่งโดยสารมาในรถยนต์ตรวจปัสสาวะโดยผู้นั้นมิให้ความยินยอม

อ่านบทความอื่นๆของสำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ

อ่าน บทความเกี่ยวกับกฎหมายแพ่งและวิธีพิจารณาความแพ่ง คลิก

อ่าน บทความเกี่ยวกับกฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญา คลิก

อ่าน บทความน่ารู้เกี่ยวกับการว่าจ้างทนายความ คลิก

Comments

comments