การฟ้องกำจัดไม่ให้รับมรดกมันคืออะไร มีขั้นตอนและข้อกฎหมายที่น่ารู้ยังไงบ้างวันนี้เดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆครับ
วันนี้ไปดูกันถึงเรื่องการกำจัดไม่ให้รับมรดกซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกถามเข้ามาเยอะมากนะครับ ว่ามันฟ้องยากไหม มันจะคุ้มไหมที่จะฟ้อง มันมีหลักเกณฑ์มีข้อกฎหมายยังไงก็วันนี้ฟังคลิปนี้จนจบก็ได้คำตอบได้อย่างแน่นอนครับ
การถูกกำจัดไม่ให้รับมรดกหมายถึงอะไร
การถูกกำจัดไม่รับมรดกเนี่ย ก็คือการที่ทายาทผู้มีสิทธิ์ได้รับมรดก ได้ประพฤติตัวผิดชั่วอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะทำให้เขาถูก กำจัดไม่ให้รับมรดก
ซึ่งการที่จะทำให้ทายาทคนนั้นถูกกำจัดไม่ให้รับมรดก ก็ต้องผ่านกระบวนการฟ้องให้ศาลสืบพยานว่าทายาทได้ประพฤติชั่วอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ผมได้กล่าวไป
จริงๆถ้าศาลพิจารณาได้ความแล้วว่าทายาทได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นประพฤติชั่วตามที่กฎหมายกำหนด ศาลก็จะพิพากษาว่าทายาทคนนั้นถูกกำจัดไม่ให้รับมรดก
การกระทำแบบไหนบ้างที่ถูกกำจัดไม่ให้รับมรดก
ซึ่งข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดไม่ให้รับมรดกเนี่ย มีอยู่ด้วยกันสองกรณีเท่านั้น คือ
1.การยักยอกหรือปิดบังทรัพย์มรดก
2.ประพฤติตัวเป็นผู้ไม่สมควรได้รับมรดก
1. เป็นผู้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1605

มาตรา 1605 ทายาทคนใดยักย้าย หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่า ตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น
มาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรม ซึ่งผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง ในอันที่จะได้รับทรัพย์สินนั้น
ตัวอย่างการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก
– แอบโอนทรัพย์สินที่เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายไปเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นแต่เพียงผู้เดียว
ฎ.5382/2539 ฎ.3901/2554 ฎ.2062/2492
– เอาทรัพย์สินไปซ่อน แล้วบอกว่าไม่มีอยู่จริง
– ฟ้องเท็จคดีครอบครองปรปักษ์ ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของตนเอง เดียว ฎ.478/2539
– หรือแอบอ้างว่าทรัพย์มรดกเป็นของตนเองแต่เพียงผู้ ฎ.4161/2532
ตัวอย่างกรณีที่ยังไม่ถือว่าเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก
– ยื่นคำขอตั้งผู้จัดการมรดกยื่นบัญชีเครือญาติไม่ครบ ฎ.6323/2547 ฎ.5130/2541
– ยื่นคำขอตั้งผู้จัดการมรดกระบุทรัพย์สินไม่ครบ ฎ.1357/2534
– การเก็บรักษาเงินไว้หรือเก็บรักษาทรัพย์สินไว้ระหว่างการตกลงแบ่งทรัพย์มรดก ฎ.3250/2537
– มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ก่อนเจ้ามรดกตาย
– กรณีแยกย้ายถ่ายเททรินที่เกิดขึ้นภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตาย เช่นค่าเช่า ดอกผล ที่เกิดขึ้นจากทรัพย์มรดก ฎ.678-680/2535
ข้อยกเว้นให้ไม่ต้องถูกกำจัดให้รับมรดก ถึงแม้ว่าจะยักย้ายหรือปิดบังซับมรดก
-กรณีทรัพย์มรดกที่ได้รับเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม
กรณียักย้ายปิดบังทรัพย์มรดก หากผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์ เฉพาะสิ่งไว้ให้อย่างชัดเจนแล้วว่าจะให้อะไร ถึงแม้จะพยายามยักยอกปิดบังทรัพย์มรดกชิ้นอื่น ก็ไม่ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ในการรับมรดกในทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้น
“ทรัพย์เฉพาะสิ่ง” คือทรัพย์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าคืออะไรไม่มีอย่างอื่นมาแทนได้ เช่นรถยนต์คันนี้ ที่ดินแปลงนี้ สร้อยแหวนนาฬิกาอันนี้
ตัวอย่างเช่นผู้ตายยกบ้าน ยกที่ดิน ยกรถยนต์ ไว้ให้กับทายาทคนหนึ่งโดยการระบุไว้ในพินัยกรรม ถึงแม้ทายาทคนนั้นจะพยายามยักยอกยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินส่วนอื่นก็ไม่ทำให้เขาสิ้นสิทธิ์ในการที่จะได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม ซึ่งเป็นไปตามหลักการเคารพเจตนาของผู้ตาย
2. เป็นผู้ถูกกำจัดมิให้รับมรดก ฐานเป็นผู้ไม่สมควร ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1606

มาตรา 1606 บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร คือ
(1) ผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้เจตนากระทำ หรือพยายามกระทำให้เจ้ามรดกหรือผู้มีสิทธิได้รับมรดกก่อนตนถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(2) ผู้ที่ได้ฟ้องเจ้ามรดกหาว่าทำความผิดโทษประหารชีวิตและตนเองกลับต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มีความผิดฐานฟ้องเท็จหรือทำพยานเท็จ
(3) ผู้ที่รู้แล้วว่า เจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนา แต่มิได้นำข้อความนั้นขึ้นร้องเรียนเพื่อเป็นทางที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ข้อนี้มิให้ใช้บังคับถ้าบุคคลนั้นมีอายุยังไม่ครบสิบหกปีบริบูรณ์ หรือเป็นคนวิกลจริตไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือถ้าผู้ที่ฆ่านั้นเป็นสามีภริยาหรือผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของตนโดยตรง
(4) ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้เจ้ามรดกทำ หรือเพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมดซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก หรือไม่ให้กระทำการดังกล่าวนั้น
(5) ผู้ที่ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด
เจ้ามรดกอาจถอนข้อกำจัดฐานเป็นผู้ไม่สมควรเสียก็ได้โดยให้อภัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ผลเมื่อถูกกำจัดให้ไม่รับมรดก

ผลการถูกกำจัดไม่ให้รับมรดกนั้น ถือว่าเป็นการเฉพาะตัวของผู้กระทำความผิดคนนั้นเอง ไม่เป็นข้อเสียตกสืบทอดไปถึงทายาทของบุคคลผู้นั้นด้วย
ทั้งนี้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1607 การถูกกำจัดมิให้รับมรดกนั้นเป็นการเฉพาะตัว ผู้สืบสันดานของทายาทที่ถูกกำจัดสืบมรดกต่อไปเหมือนหนึ่งว่าทายาทนั้นตายแล้ว แต่ในส่วนทรัพย์สินซึ่งผู้สืบสันดานได้รับมรดกมาเช่นนี้ ทายาทที่ว่านั้นไม่มีสิทธิที่จะจัดการและใช้ดังที่ระบุไว้ในบรรพ 5 ลักษณะ 2 หมวด 3 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ในกรณีเช่นนั้นให้ใช้มาตรา 1548 บังคับโดยอนุโลม
หรืออธิบายให้ฟังง่ายๆว่า ถ้าหากทายาทคนนึงถูกกำจัดให้รับมรดก ก็ไม่ได้แปลว่าทรัพย์สินของทายาทคนนั้นจะถูกเอามาแบ่งให้กับทายาทคนที่เหลือแต่อย่างใด
แต่ทรัพย์สินส่วนนั้น จะตกได้แก่ผู้สืบสันดานของผู้ที่ถูกกำจัดให้รับมรดก เช่น ผู้ตายมีบุตรทั้งหมด 3 คน
นาย ก นาย ข นายค.
ปรากฏว่ามีบุตรของผู้ตายคนนึง คือนาย ก. ยักยอกทรัพย์มรดกปิดบังทรัพย์มรดก หรือจะทำการอะไรที่ทำให้ถูกกำจัดไม่ให้รับมรดก
หากนาย ก.เขามีลูกมีหลาน ทรัพย์มรดกส่วนที่เขาจะได้รับเนี่ย ก็ตกทอดไปยังลูกหลานของเขา ไม่ได้ตกทอดไปยัง นาย.ข นาย ค. นะครับ
ยิ่งไปกว่านั้นเนี่ยถึงแม้จะเป็นการยักยอกทรัพย์มรดกไปให้ผู้สืบสันดานของตัวเอง ผู้สืบสันดานของตัวเองก็ไม่ได้ถือว่าเป็นทายาทที่จะถูกตัดไม่ให้รับมรดก
เช่นนาย ก.โอนยักย้ายทรัพย์มรดกไปให้ลูกของตัวเอง ชื่อนาย จ. แบบนี้ถึงแม้นาย.ก.จะถูกกำจัดไม่ให้รับมรดก แต่นายจ.ไม่ได้ถูกกำจัดไปด้วย เพราะไม่ได้ถือเป็นทายาทของผู้ตาย เป็นแค่ทายาทนาย ก.
ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2545
ทายาทที่จะถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1605 มุ่งเฉพาะบุคคลที่เป็นทายาทของเจ้ามรดกขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ฉะนั้น เมื่อขณะที่ผู้ตายถึงแก่กรรม มีทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับมรดก คือ พ. ซึ่งเป็นสามีโจทก์ที่ 1 จำเลย อ. และ ซ. มารดาของผู้ตาย แม้ว่าโจทก์ที่ 1 จะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ. แต่จะมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายก็เพียงในฐานะผู้สืบสิทธิของ พ. โดยรับมรดกเฉพาะส่วนของ พ. เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 1 เป็นทายาทอันจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกของผู้ตาย
ดังนั้นแล้ว การฟ้องกำจัดไม่ให้รับมรดกหลายๆคดีเราก็ไม่นิยมฟ้องกันเพราะว่ามันไม่ค่อยมีประโยชน์ในทางปฏิบัติเท่าไหร่ครับ เพราะมันไม่ได้ทำให้เราได้รับทรัพย์มรดกเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องเสียค่าทนายความและเสียเวลาในการต่อสู้คดีเพิ่มอีก แถมสุดท้ายถึงทรัพย์มรดกจะไม่ได้ตกทอดไปยังตัวผู้กระทำความผิด แต่มันก็ตกไปยังลูกหลานเขาอยู่ดี
แต่มันจะมีข้อจำกัดในการใช้อยู่ เช่นไม่มีสิทธิ์ไม่มีอำนาจเอาไปใช้หรือโอนให้กับตัวเองได้ในกรณีที่ผู้รับยังเป็นผู้เยาว์อยู่ แต่ทางปฏิบัติก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่เราจะไปติดตามป้องกันไม่ให้เขาแอบไปให้ใช้ประโยชน์กัน เช่นห้ามไม่ให้เอาไปใช้
สรุป
สรุปแล้วนะครับการที่ทายาทกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทายาทคนนั้นก็อาจจะถูกกำจัดให้รับมรดกได้ ซึ่งการที่ทายาทคนนั้นจะถูกกำจัดไม่ให้รับมรดกก็ต้องมีการฟ้องทายาทคนนั้นและศาลมีการพิสูจน์ว่าเขาได้ทำผิดอย่างนั้นจริงๆศาลจึงพิพากษาให้ทายาทคนนั้นถูกกำจัด
อย่างไรก็ตามการถูกกำจัดไม่ให้รับมรดกนั้น มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวครับ เพราะถึงแม้ตัวผู้กระทำความผิดจะถูกกำจัดไม่ให้รับมรดกแต่ผู้สืบสันดาน เช่น บิดามารดาของเขา หรือลูกหลานของเขาก็ยังมารับมรดกส่วนนั้นได้ มันไม่ได้ตกทอดมายังทายาทส่วนที่เหลือคนอื่นแต่อย่างใด
ดังนั้นแล้วการฟ้องกำจัดไม่ให้รับมรดกเราจึงไม่ค่อยนิยมจะฟ้องกันเพราะมันเสียเวลาเสียค่าใช้จ่าย และผลที่ได้รับอาจจะไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่.
กรณีที่สมควรฟ้องกำจัดไม่ให้รับมรดก น่าจะเป็นกรณีที่ทายาทคนนั้นไม่มีผู้สืบสันดาน คือไม่มีลูกไม่มีเมีย ที่จะมารับช่วงมรดกต่อถ้าเป็นแบบนั้นก็ยังสมควรที่จะฟ้องกำจัดไม่ให้รับมรดกได้เพราะถ้าหากกำจัดให้ไม่ได้รับมรดกสำเร็จทรัพย์สินส่วนที่เหลือก็จะตกทอดมายังทายาทครับ
ยกเว้นบางคนอยากจะฟ้องจริงๆคือต่อให้ทรัพย์สินส่วนนั้นจะไปตกได้กับลูกหลานเขาก็ไม่เป็นไรแต่ไม่อยากให้คนๆนั้นได้รับทรัพย์มรดกไปก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันแต่ก็ต้องประเมินถึงความคุ้มค่าเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาด้วยครับเพราะจะทำให้การแบ่งทรัพย์รดกยืดยาวไปอีกนาน
51/29-51-30 หมู่ 4 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี

